Shopping cart
฿0.00
ต้องการสินค้าในราคาส่ง กรุณาสอบถามราคาได้ที่ ทางไลน์ ID: @hvgroup (มี@ด้วย) หรือ โทร 089-5222352 เท่านั้น

5 ทริคตั้งชื่อร้านขายของ ให้ลูกค้าจำง่าย ความหมายดี

ตั้งชื่อร้าน

การตั้งชื่อร้านเป็นสิ่งหนึ่งที่หลายคนมองข้ามสำหรับคนที่ทำมาค้าขาย ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นชื่อที่มงคลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ชื่อควรมีความน่าสนใจและเกิดการจดจำที่ดีให้กับลูกค้าด้วย

ในปัจจุบันการแข่งขันด้านค้าขายมาแรงในทุกตลาด ไหนจะการแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายบนโลกออนไลน์ และร้านค้าทั่วไปตามตลาดนัด หรือตามพื้นที่ต่าง ๆ ที่เราเรียกว่าการค้าขายแบบออฟไลน์ ชื่อที่ดีย่อมมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ใครที่อยากให้ภาพลักษณ์ร้านค้าของตัวเองดูดี น่าเชื่อถือ และมีความน่าสนใจ เราลองมาดูทริคทั้ง 5 ข้อเหล่านี้ ที่จะช่วยสะกิดไอเดียให้คุณได้ชื่อเก๋ ๆ ที่จะกลายเป็นคำคุ้นหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ลูกค้าเห็นก็เป็นได้

ตั้งชื่อร้าน

1.เลือกความหมายดีในด้านบวก

การตั้งชื่อให้กับร้านค้า ควรเป็นไปในทิศทางบวก ไม่ควรหยิบเอาคำแปลก ๆ ที่อ่านแล้วพาคิดไปในด้านลบ หากเป็นไปได้ลองเลือกใช้ชื่อที่มีความเป็นสิริมงคลร่วมด้วย หลีกเลี่ยงการใช้คำแผลง ๆ หรือคำผวนที่ดูกำกวม อาจดูจำง่าย แต่บอกเลยว่ามีผลกับภาพลักษณ์ของร้านค้า สะท้อนให้เห็นการแสดงจุดยืนที่ไม่ค่อยน่ารื่นรมย์นัก

2.ออกเสียงง่าย และสะกดง่าย

ชื่อที่ออกเสียงง่าย จะทำให้ลูกค้าอ่านแล้วจดจำได้ไม่ยาก ยิ่งเป็นชื่อที่มีความหมายดี เต็มไปด้วยไอเดียในชื่อ จะทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจอยากอ่านออกเสียงมากขึ้น นอกจากนี้ควรใช้ตัวอักษรและตัวสะกดที่ไม่ซับซ้อน สะกดง่าย เห็นแว่บแรกก็อ่านออกทันที ผลที่ตามมาถ้าร้านเราดี ลูกค้าจะได้เอาไปบอกต่อได้ง่าย เพื่อนก็จำง่ายว่าชื่ออะไร จะได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างได้ไม่ยากนั่นเอง

3.หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อยาว

ชื่อยาวไม่ควรเป็นชื่อที่ลูกค้ามองเห็นจากป้ายหน้าร้าน ควรเลือกชื่อให้สั้น ๆ ไม่เกิน 3 พยางค์ ถือว่ากำลังดี แต่หากเป็นบริษัทหรือกิจการขนาดใหญ่ ถ้าเป็นชื่อยาวจริง ๆ ก็ควรเลือกเป็นชื่อย่อเป็นตัวช่วยบอกให้ลูกค้ารู้จัก แล้วค่อยเติมชื่อยาวบอกรายละเอียดขนาดเล็กลงมาไว้ที่ด้านล่าง เพื่อบอกว่าคุณกำลังทำกิจการอะไรอยู่จะดีกว่าเขียนแบบยาว ๆ ติดกันจนดูไม่ค่อยน่าอ่าน

4.ชื่อคล้องจองไปกับประเภทร้าน

อีกไอเดียที่ช่วยตั้งชื่อให้ลูกค้ารู้ทันทีว่ากิจการของคุณเกี่ยวกับอะไร ขายของอะไรอยู่ ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กหรือร้านใหญ่ แนะนำว่าให้ใช้ชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกันมากที่สุด เช่น ถ้าคุณเปิดร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า อาจมีการผสมคำว่า ไฟฟ้า หรือ อิเล็กทริค เข้ามาเกี่ยวข้อง ให้เกิดความคล้องจอง และแสดงให้เห็นภาพลักษณ์ที่ชัดเจน ชวนสะดุดตาอีกด้วย

5.ไม่ลอกเลียนแบบให้เหมือนของคนอื่นจนดูจำเจ

การลอกเลียนแบบชื่้อสะท้อนให้เห็นถึงความมักง่าย และทำให้ภาพลักษณ์ออกมาดูไม่ดี มีผลต่อการถูกฟ้องร้องในอนาคตตามมาได้อีกด้วย เพราะฉะนั้น ควรคิดชื่อด้วยตัวเองดีกว่า อย่าเอาชื่อแบรนด์ดัง ๆ มาเปลี่ยนคำ หรือเลือกคำคล้องที่อ่านแล้วชวนให้นึกถึงอย่างเด็ดขาด แม้จะทำให้ชื่อดูจำได้ง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ แต่บอกเลยว่าในระยะยาว จะมีผลเสียต่อกิจการของคุณทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างแน่นอน

ลองเอาทริคเหล่านี้ไปปรับใช้ พึงระวังกับการเลือกตั้งชื่อร้านที่ไม่เหมาะสม แล้วเลือกชื่อให้เป็นมงคลในด้านดีจะดีกว่า ค่อย ๆ คิดให้ดีก่อนจะทำอะไรลงไป เพราะถ้าชื่อนั้นปรากฏต่อสายตาของลูกค้าแล้ว ให้นึกเอาไว้เสมอว่ามันล้วนมีผลต่ออนาคตกิจการของคุณ อนาคตถ้าจะต้องขยายกิจการ นี่คือภาพลักษณ์ที่จะบอกเล่าถึงตัวตนด้านธุรกิจตามมา

บทความน่ารู้
Previous reading
4 เทคนิคช่วยเลือกล็อคตลาดนัด เมื่อทำเลทองช่วยให้มีชัยไปกว่าครึ่ง
Next reading
Dropship ดรอปชิปคืออะไร ? ทางเลือกขายของแบบไม่ต้องสต็อก