Shopping cart
฿0.00
ต้องการสินค้าในราคาส่ง กรุณาสอบถามราคาได้ที่ ทางไลน์ ID: @hvshops (มี@ด้วย) หรือ โทร 089-5222352 เท่านั้น

7 สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับผู้ที่ อยากขายของออนไลน์ (ฉบับมือใหม่สุด!)

ปฏิเสธยากเหลือเกินว่าตอนนี้ธุรกิจออนไลน์กำลังรุ่งเรืองเฟื่องฟู แถมมีหน้าร้านมากมายออกมาเปิดแขนอ้ารับพ่อค้าแม่ค้าให้เอาร้านของตัวเองมาลงขายกันได้แบบไม่เสียเงินสักแดง กลายเป็นสิ่งชวนน่าดึงดูดสำหรับคนขายของตามตลาดทั่วไป ด้วยปัจจัยไม่ว่าจะเงินทุนค่าเช่าล็อกที่แสนแพง สภาพอากาศไม่เป็นใจ แถมยังต้องมาคอยนั่งเฝ้าร้าน เปิดร้านเก็บร้าน เป็นวัฏจักรอันแสนเหนื่อยหน่าย

ดังนั้นการค้าขายออนไลน์จึงเป็นทางเลือกช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างที่พูดถึงมาข้างต้น แต่กระนั้นมือใหม่ที่ไม่มีความรู้มาก่อน การเริ่มต้นธุรกิจขายของออนไลน์จึงไม่ง่ายเท่าใดนัก เราเลยสรรหาข้อมูลขั้นพื้นฐานแบบสุด ๆ มาบอกเล่า ให้คนที่สนใจจะได้รู้ว่าต้องเตรียมตัว และเตรียมอะไรบ้างในการเปิดขายของออนไลน์

 

วิธีเบื้องต้นสำหรับ พ่อค้า-แม่ค้าที่ อยากขายของออนไลน์

1.ต้องมีชื่อเรียกร้าน

ถ้าขายของตลาดนัด อาจไม่ต้องมีชื่อเรียกร้าน เพราะคนทั่วไปมองเห็นสินค้าก็รู้ว่าร้านนี้ขายอะไร ถ้าจะรู้จักกันก็แนะนำชื่อคนขายกันไปตามธรรมเนียม แต่ถ้าจะขายของออนไลน์อย่างจริงจัง และอยากให้เป็นที่รู้จัก ไม่ใช่ว่าจะตั้งชื่อว่า ร้านป้าแดง, ร้านตาหนู…เหมือนชื่อของตัวเองแบบตลาดทั่วไปไม่ได้!

การตั้งชื่อร้านเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในโลกออนไลน์ เพราะไม่ใช่แค่จะช่วยให้ลูกค้าจดจำและสะดุดตา แต่ยังทำให้พวกเขารู้ว่าคุณกำลังขายสินค้าในกลุ่มไหน ดังนั้นท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยว่า ชื่อร้านออนไลน์มีเทคนิคในการตั้งคือ อ่านง่าย, ชื่อสั้นไม่ยาวเกินไป, จดจำได้ง่าย, เรียกได้คุ้นหู และสามารถค้นหาได้เจอในเครือข่ายออนไลน์ด้วย ยกตัวอย่างเช่น คุณขายของจำพวกเครื่องสำอาง อาจตั้งชื่อว่า บิวตี้ช้อป หรือถ้าขายเป็นอาหารคลีน ก็อาจตั้งชื่อว่า คลีนฟู้ดไดเอท เป็นต้น

2.เตรียมสินค้าให้พร้อม

ถ้าคุณมีสินค้าจากตลาดนัดที่วาร์ปเอามาขายในโลกออนไลน์อยู่แล้วก็เป็นเรื่องดี เพราะต้นทุนของคุณที่มีอยู่คือความรู้ความเข้าใจในตัวสินค้า และมีประสบการณ์รู้ว่ากลุ่มลูกค้าแบบไหนที่คุณจะขายได้ แต่ถ้าใครยังไม่มีสินค้า ไม่เคยเริ่มต้นมาก่อน แนะนำว่าให้เริ่มเลือกจาก 2 ทางแยกนี้คือ

   -เลือกจากของที่ตัวเองชอบ – ก็เพราะว่าความชอบทำให้คุณหมกมุ่นและอยากรู้จักมันมากขึ้น คุณจะมีความสุขที่ได้ศึกษาข้อมูล ได้ทำสิ่งที่รัก แต่ข้อเสียอาจจะทำให้คุณขายสินค้านั้นไม่ได้ เพราะเอาความชอบของตัวเองเป็นหลัก ทีนี้อาจจะกลุ่มลูกค้ากลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้นที่ชอบสินค้าของคุณ นอกเสียจากว่าของที่คุณชอบเป็นของยอดนิยมที่ขายดิบขายดีอยู่แล้ว ก็ถือว่าโชคดีไป แต่หากไม่ใช่ก็ต้องมาดูอีกทางเลือกนั่นก็คือ

   -เลือกจากของที่ตัวเองไม่รู้จัก – อาจจะพูดได้ว่าเป็นของที่ตัวเองไม่ได้ชอบก็ว่าได้ เพราะคุณไม่ได้มีความรู้สึกสนุกไปกับการขายของพวกนี้ ทว่ามองให้ดีนี่คือสินค้าทำเงินชั้นเลิศในโลกออนไลน์ การมองหาสินค้าพวกนี้ คือการสำรวจตลาดทั้งตลาดนัดและตลาดออนไลน์ต่าง ๆ ที่เห็นผ่านหูผ่านตา ถ้ามีคนสนใจหรือถามหามาก ๆ คุณก็ลองเลือกสินค้าประเภทนั้นมาขายลองดู ก็ไม่มีอะไรเสียหาย

3.เงินทุนสักหน่อยก็ดี

เรื่องของต้นทุนในการขายของออนไลน์ คุณรู้ดีอยู่แล้วว่ามีเรื่องของราคาสินค้าที่ต้องซื้อมาสต็อกเก็บไว้เพื่อขาย แต่บางตลาดออนไลน์คุณก็จะต้องเสียเงินค่าตั้งร้านเหมือนตลาดนัดนั่นแหละ เพียงแต่ราคาจะถูกกว่ามาก คุณสามารถที่จะดำเนินการขายได้โดยใช้ทุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ซึ่งบางตลาดก็ขอแค่เปอร์เซ็นต์จากการขายเพียงน้อยนิด แต่ให้ตั้งร้านขายกันได้แบบฟรี ๆ ส่วนต้นทุนอื่นที่จะเพิ่มเข้ามาคือ ค่าส่ง, ค่าแพ็คของล ค่าโฆษณา เป็นต้น ซึ่งในส่วนนี้คุณจะต้องคำนวณจุดคุ้มทุนให้ดี จะได้ไม่ขาดทุนเอาในภายหลัง

4.หาทำเลตั้งร้านดีกว่า

เตรียมข้อมูล 3 อย่างเบื้องต้นพร้อมแล้ว ก็เข้าสู่การมองหาทำเลตั้งร้านออนไลน์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะต้องเปิดร้านด้วยเว็บไซต์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เนื่องจากในปัจจุบันใคร ๆ ก็ต้องรู้จักตลาดออนไลน์ขนาดใหญ่ อย่าง Shopee หรือ Lazada ที่เปิดให้ใครก็ได้เข้าไปขายสินค้าได้อย่างไม่จำกัด ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่หนักหนาสาหัสของพวกเขา

หรือจะเปิดผ่านโซเชียลต่าง ๆ อาทิเช่น Facebook, Instragram, Twitter และ Line@ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับว่าใครถนัดด้านไหน อยากลองเริ่มจากตรงไหนก่อน ที่สำคัญอย่าลืมมองด้วยว่าสินค้าที่ขาย น่าจะเหมาะกับช่องทางไหน ที่จะได้เจอกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากกว่ากันด้วย

5.จุดดึงดูดที่ทำให้ลูกค้ารู้จักคุณ

การแข่งขันบนโลกออนไลน์สูงไม่แพ้ตลาดนัดทั่วไป ดังนั้นการสร้างจุดดึงดูดให้ร้านเป็นที่รู้จักคือหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยให้ขายของได้ คุณจะต้องลองมองหาแผนการตลาดดูว่าจะเจาะกลุ่มเป้าหมายในสินค้าของคุณได้อย่างไร อาจจะเป็นสินค้าดีราคาถูก มีลดแลกแจกแถม หรือการรับประกันที่ร้านอื่นไม่มี มีขั้นตอนการขายที่ชัดเจน ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือว่าร้านออนไลน์นี้มีตัวตนอยู่จริง จะทำให้ลูกค้ากล้าซื้อสินค้าจากคุณได้มากขึ้น

อย่าลืมตกแต่งร้านค้าของคุณให้สวยงาม ให้ดูเป็นระเบียบ วางสินค้าไม่รกหูรกตา เขียนรายละเอียดและราคาที่ชัดเจน ไม่ต้องให้ลูกค้ามาคอยถาม และออกแบบโลโก้ร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพิ่มเข้าไปด้วย จะได้ช่วยให้คนจำง่าย พอมีลูกค้ามากขึ้นจนกลายเป็นขาประจำ เห็นโลโก้นี้ผ่านตาก็จะได้ไม่รอช้ากดซื้อแบบไม่ลังเลสงสัย

6.ช่องทางที่ลูกค้าจะต้องจ่ายเงิน

เมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้น ก็ต้องมีการโอนเงินเพื่อชำระค่าสินค้า จากเมื่อก่อนจ่ายกันด้วยเงินสด แต่โลกออนไลน์จะต้องจ่ายด้วยเงินในแบงค์ หรือจะเป็นแบบเก็บเงินปลายทาง แนะนำว่าหากคุณจะเลือกเป็นการชำระเงินผ่านบัญชีธนาคาร ควรเลือกแบงค์ที่ลูกค้าโอนเข้าได้แบบไม่เสียค่าธรรมเนียม มีหลาย ๆ บัญชีให้เลือก เพราะยิ่งตัวเลือกเยอะ จะช่วยให้สะดวกต่อการโอนเงินของลูกค้า มีข้อมูลสแกน QR Code สำหรับเอาไว้โอนอีกหนึ่งช่องทางก็เพิ่มความสะดวกขึ้นไปอีกเท่าตัวสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ซื้อของผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์

7.”เวลา” และ “ความอดทน”

เอาล่ะ มาถึงหัวใจสำคัญที่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จในการเริ่มขายสินค้าออนไลน์ได้หรือไม่ก็คือเรื่องของ “เวลา” และ “ความอดทน” เพราะการขายของไม่ใช่ว่าทำร้านเสร็จแล้วจะขายได้เลย ลูกค้าที่อยู่ในโลกออนไลน์ก็ไม่ได้ต่างไปจากลูกค้าที่เดินตลาด พวกเขาจะอยากได้สินค้าของคุณก็ต่อเมื่อมันดูน่าสนใจและเป็นที่ต้องการ เพราะฉะนั้นอย่าวาดฝันว่า ฉันได้ขายของออนไลน์แล้วต้องร่ำรวยได้กำไรเป็นกอบเป็นกำแน่เลย เพราะยังมีคู่แข่งอีกมากมายที่พยายามเอาชนะคุณอยู่

ดังนั้นคุณก็ต้องอดทน หาแผนการตลาดที่โดดเด่นมากขึ้น ๆ เพื่อทำให้ร้านของตัวเองมีชื่อเสียง อย่าล้มเลิกกลางครันเพียงเพราะว่าวันสองวันนี้ยังขายไม่ได้ แต่ให้อดทนเอาไว้สักหน่อย ลงขายสินค้า ศึกษาข้อมูลต่อไป จากนั้นคุณจะมีความรู้มากขึ้น แล้วเข้าใจการขายสินค้าบนโลกออนไลน์ ที่มีข้อดีมากมายกว่าการขายในตลาดนัดเยอะแยะเลยทีเดียวล่ะ

ด้วยพื้นฐานเหล่านี้ก็จะช่วยให้คนที่คิด อยากขายของออนไลน์ เริ่มต้นได้แบบไม่ยาก เพียงแค่ช่วงแรกอาจจะตะกุกตะกัก งง ๆ กับความแปลกใหม่ และตลาดที่มีรูปแบบหลากหลาย แต่เชื่อเถอะว่าไม่นานคุณจะเข้าใจและชินกับการขายของบนโลกออนไลน์ได้อย่างมีความสุขแน่นอน

บทความน่ารู้
Previous reading
วิธีขายของออนไลน์ ให้ลูกค้ากล้ากดจ่ายเงินแบบไม่ลังเล
Next reading
ยอดขายตกหนักมาก! ลองหันไปเช็คที่ตัวเองหรือยัง ?