Shopping cart
฿0.00
ต้องการสินค้าในราคาส่ง กรุณาสอบถามราคาได้ที่ ทางไลน์ ID: @hvshops (มี@ด้วย) หรือ โทร 089-5222352 เท่านั้น

5 วิธีขายสินค้าฝ่าความเงียบให้ได้กำไรดั่งใจ เงียบแค่ไหนก็ยอดปัง!

พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของกันเป็นกิจวัตร ก็คงจะรู้อยู่แล้วว่า เราไม่สามารถที่จะควบคุมให้กำไรแตะถึงยอดที่ต้องการได้ทุกวัน จะวางแผงขายของกันทีก็แอบลุ้นตัวโก่งว่าวันนี้จะขายได้กี่บาท หักลบแล้วได้กำไรเท่าไหร่ แน่นอนว่ายังไงก็ต้องเจอช่วงขาขึ้นและขาลงอันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว

โดยส่วนใหญ่ก็เข้าใจว่าที่ยอดขายตกต่ำ มาจากเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งเรื่องนี้เราคงไม่ปฏิเสธว่ามันเป็นปัจจัยสำคัญเลยล่ะที่จะทำให้สินค้าของคุณขายไม่ออก

แต่…รู้หรือเปล่าว่ายังมีอีกหลายเจ้าที่เข้าใจหลักการตลาด แม้จะเป็นแค่ของตลาดนัด กลับยังทำยอดขายได้แบบชิล ๆ รับเงินมือเป็นระวิง จนร้านข้าง ๆ ต้องแอบมองอย่างสงสัย

เห็นตลาดเงียบแบบนี้ก็อย่าเพิ่งท้อใจไป เพราะเรามี 5 วิธีต่อไปนี้มาแนะนำเพื่อกระตุ้นยอดขาย ที่สามารถช่วยให้ร้านของคุณอยู่รอดได้ ตลาดเงียบ เศรษฐกิจแย่ก็ขายได้ ไม่ต้องกลัวหยุดชะงัก

วิธีขายสินค้าฝ่าความเงียบ

วิธีขายสินค้าฝ่าความเงียบ

1.ปรับแต่งร้านให้ดูไม่จำเจเหมือนวันวาน

ถ้าลูกค้าเดินผ่านร้านคุณ แล้วรู้สึกว่า เอ่อ…มันก็อันเดิม ๆ มันก็ทำให้ดูน่าเบื่อ ไม่กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น ลูกค้าก็จะเดินผ่านไป ไม่สนใจดูในร้านเพิ่มเติม ทั้งที่อาจจะมีของที่พวกเขาอยากได้ แต่การตัดสินใจเดินจากไปอย่างรวดเร็วแบบนี้ ทำให้บางครั้งเราพลาดโอกาสขายไปอย่างน่าเสียดาย

เพราะฉะนั้นสร้างร้านให้มีการเคลื่อนไหว ไม่ใช่วางชิ้น A ไว้ในตำแหน่งเดิมอยู่เสมอ แต่ลองเลือกสลับตำแหน่งกับสินค้า A, B, C… ดูบ้าง บางวันเอา C ไว้หน้า เอา A ไว้หลัง พอวันต่อมาก็ลองเอา B ไว้หน้า แล้วตามด้วยสินค้าอื่น แบบนี้จะช่วยให้เราเจอลูกค้ารายใหม่ ๆ ที่เขารู้สึกว่าเห้ย มีอะไรน่าสนใจไม่ซ้ำซาก เกิดสะดุดตาขึ้นมาเจอสินค้าที่ใช่ ก็ช่วยเพิ่มโอกาสขายให้เราได้ แม้ตลาดจะดูซบเซาก็ตามที

อีกอย่างที่น่าสนใจคือการตามเทรนด์ความสนใจของคนเดินตลาดสักหน่อย เพราะถ้าช่วงนั้นเป็นสินค้า A ที่คนชอบ คุณอาจจะวางเอาไว้ให้เด่นมากกว่าสินค้าตัวอื่น แต่สลับกันบ้างเป็นบางวัน การสลับสินค้าจัดวางหน้าร้าน อาจจะต้องลองวิเคราะห์วันด้วยว่า แต่ละวันมีกลุ่มลูกค้าแบบไหน แตกต่างกันอย่างไร เช่น วันจันทร์ เป็นกลุ่มลูกค้าที่เน้นแวะมาซื้อกับข้าว ก็ลองเลือกเป็นสินค้าที่น่าจะเข้ากับกลุ่มเป้าหมายมาวางให้เด่นเข้าไว้ แต่พอเป็นวันศุกร์ และเสาร์อาทิตย์ ก็น่าจะเป็นลูกค้าอีกกลุ่มที่มีมากเป็นพิเศษ วัยทำงานที่ได้พักผ่อนแวะมาเดินตลาด ทีนี้สินค้าที่จะต้องวาง ก็ต้องเลือกเป็นของที่เข้ากับกลุ่มเป้าหมายถัดไปแบบนี้ ดีกว่าวางเอาไว้แบบไม่รู้จุดหมาย ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้การขายของคุณประสบความสำเร็จได้ดีอย่างมากเลยล่ะ

2.เพิ่มของใหม่ โละของเก่าเอามาลดราคา

เอาจริง ๆ ว่าถ้าเศรษฐกิจมันแย่มาก ก็ต้องยอมรับว่าการขายของที่ไม่ค่อยจำเป็นในตลาดนัดนั้น เป็นเรื่องยากพอสมควรที่จะทำให้ได้ตรงตามเป้า ดังนั้นวิธีที่จะต้องลองตัดสินใจเพิ่มสักหน่อย คือการโละเอาสินค้าที่ขายยากออกไปด้วยการลดราคา ซึ่งอาจจะเท่าทุนหรือขาดทุนบ้าง แต่ก็ยังถือว่าช่วยทำให้ขายได้ไม่เป็นการทิ้งเปล่าแล้ว

พอมีเงินสำรองเป็นทุนอยู่ ก็เพิ่มของใหม่ที่น่าสนใจในช่วงนั้น ๆ เข้ามา เน้นเป็นสินค้าที่ไม่แพงจนเกินเอื้อม และไม่ต้องลงทุนหนักจนเกินไป ซื้อมาวางขายแต่พอดีก่อนเพื่อดูทิศทาง ถ้าเห็นว่าลูกค้าเริ่มสนใจ เห็นของใหม่แปลกตา แล้วแวะมาซื้อหากันมากขึ้น ทีนี้ก็ใช้วิธีหมุนเวียนสับเปลี่ยนสินค้า โละและหาใหม่มาเรื่้อย ๆ แบบนี้ จนกว่าเศรษฐกิจมันจะดีขึ้น

3.เติมโปรโมชั่น ลด-แลก-แจก-แถม

ถ้าขาย 1 ชิ้นแล้วมันทำได้ยาก เพราะอาจจะมาจากความเงียบของตลาดและคู่แข่งด้วย ดังนั้นก็ลองปรับแนวทางเป็นขายแบบแพ็คคู่จะดีกว่าไหม? หรือจะลองจับสินค้าที่ใช้ร่วมกันได้เอามาขายคู่กันในราคาที่สูงขึ้น แต่ลูกค้าเห็นก็จะรู้สึกว่าคุ้มค่า เพราะแทนที่จะซื้อทีละชิ้น ก็รู้สึกเหมือนซื้อราคาเดียวได้ของไปสองชิ้น ส่วนเราในฐานะคนขายก็เท่ากับว่าได้ขายของง่าย ๆ แบบ 2 ชิ้นไปแบบไม่ต้องรอลุ้นว่าลูกค้าจะซื้อกี่ชิ้น

นอกจาการจับสินค้ามามิกซ์เข้าด้วยกัน อย่าลืมลองเล่นการตลาด ลดราคา หักกำไรลงมาสักหน่อย แล้วอาจมีโปรโมชั่นซื้อ 2 ถูกกว่า หรือ ซื้อ 1 แถม 1 แบบนี้กันดูบ้าง บอกเลยว่าทำได้ไม่ยาก สังเกตดูจากห้างสรรพสินค้า แล้วเอามาประยุกต์ใช้ก็น่าสน

4.ลดราคาลงหน่อย ได้น้อยแต่เน้นปริมาณ

ถ้ารู้สึกว่าราคาที่ขายอยู่ลูกค้าจะเริ่มรับไม่ค่อยไหว วิธีแก้ก็ต้องกัดฟันยอดลดราคาลงมาเพื่อเอากำไรต่อชิ้นให้น้อยลง ซึ่งมันอาจจะทำให้คุณรู้สึกท้อใจอยู่บ้าง แต่บอกเลยว่าการขายของเพื่อเน้นกำไรต่อชิ้นให้มาก ๆ อาจไม่ช่วยให้ขายดี แต่พอลดราคาลง กำไรก็ยังคงมี ทีนี้ลูกค้าเห็นว่าของถูก ก็แห่กันมาซื้อร้านคุณแทน พอขายได้ในปริมาณมาก เอากำไรมารวมกัน ไม่แน่นะว่า คุณจะได้ยอดที่ทะลุเป้าได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยก็เป็นได้

5.ไลฟ์สดออนไลน์ ขายสองช่องทางไปพร้อมกัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้โลกออนไลน์เป็นสิ่งที่เราทุกคนล้วนมีส่วนร่วม การขายของออนไลน์สำหรับมือใหม่อาจจะดูยุ่งยาก แต่ถ้าคุณขายของในตลาดนัดอย่างเดียวโดยไม่พยายามหาช่องทางอื่นเลยก็คงจะลำบาก ดังนั้นวิธีง่ายแบบสุด ๆ คือการที่มือถือ และช่องทางโซเชี่ยลมีเดียอย่างเฟสบุ๊ค หรือช่องทางอื่นที่สามารถไลฟ์สดขายของเรียกลูกค้าได้

เริ่มต้นไม่ยาก แค่ตั้งกล้องให้ได้มุมที่มองเห็น เรียกลูกค้าทั้งออนไลน์และในตลอดมาพร้อมกัน ทีนี้ก็เพิ่มโอกาสขายได้ 2 ช่องทาง ยืนอธิบายถึงสินค้าตัวเองไป ก็ได้ยินทั้งคนที่เดินผ่านไปผ่านมา และคนที่นั่งดูในโลกออนไลน์ เพิ่มโอกาสให้ตัวเองขายได้กำไรมากขึ้นอย่างแน่นอน

เชื่อว่าช่องทาง วิธีขายสินค้าฝ่าความเงียบ เหล่านี้จะเป็นไอเดียที่ดีและน่าสนใจไม่น้อยสำหรับคนค้าขายที่รู้สึกว่ายุคสมัยนี้ขายของยากเสียเหลือเกิน อย่างไรก็ต้องหาวิธีปรับตัว ไม่ยอมแพ้ เพราะวิธีใหม่ ๆ ที่คุณกล้าจะนำเสนอ สิ่งที่เคยสงสัยว่าจะได้ผลหรือไม่ อาจกลายเป็นตัวช่วยทำให้ยอดขายปังจนไม่น่าเชื่อก็เป็นได้

 

บทความน่ารู้
Previous reading
เทคนิคปิดการขายออนไลน์ สำหรับผู้ขายของออนไลน์ที่ต้องรู้
Next reading
10 ช่องทางขายของออนไลน์ สุดฮิต!! ซื้อง่ายขายคล่อง ไม่ต้องมีเว็บไซต์