Shopping cart
฿0.00
ต้องการสินค้าในราคาส่ง กรุณาสอบถามราคาได้ที่ ทางไลน์ ID: @hvshops (มี@ด้วย) หรือ โทร 089-5222352 เท่านั้น

วิธีขายของออนไลน์ ให้ลูกค้ากล้ากดจ่ายเงินแบบไม่ลังเล

วิธีขายของออนไลน์

การขายของออนไลน์ในยุคสมัยนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้คนที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดหรือแหล่งขายสินค้าตามห้างสรรพสินค้า เริ่มปรับตัวหันมาเพิ่มช่องทางการตลาดออนไลน์กันมากขึ้น… แต่ด้วยปริมาณที่มีสินค้า และคนขายมากหน้าหลายตา

โลกจริงหรืออนไลน์ ก็มีมิจฉาชีพทั้งนั้นแหละ

การค้าขายแบบออนไลน์ที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้ซื้อมากเป็นพิเศษก็คือ “จ่ายเงินแล้วไม่ได้ของ” “จ่ายแล้วได้ของไม่ตรงสเป็คที่ต้องการ” และปัญหาอีกมากมายร้อยแปดพันเก้า นี่ยังไม่นับรวมถึงมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาอย่างแนบเนียนอีก

การค้าขายออนไลน์ในกลุ่มที่เป็นร้านค้าโนเนม ไม่ได้มีแบรนด์ชื่อดังระดับที่ผู้คนทั่วประเทศรู้จัก การกดซื้อสินค้าของลูกค้าก็มักจะเกิดความลังเลใจ โอกาสปิดการขายได้ยาก เพราะถ้าหากพวกเขาดันไปค้นเจอสินค้าในร้านอื่นที่ดูน่าเชื่อถือว่า หรือร้านออนไลน์จากแบรนด์โดยตรงด้วยยิ่งแล้วใหญ่

แล้วแบบนี้ร้านค้าออนไลน์เล็ก ๆ แบบพวกเราจะทำยังไง…เพื่อสร้างความมั่นใจ  สร้างฐานลูกค้าให้ร้านของเรากลายเป็นร้านที่ใคร ๆ ก็นึกถึง ? ลองมาดู 3 วิธีสร้างความน่าเชื่อถือ ให้ลูกค้ากล้ากดจ่ายเงินได้แบบไม่ลังเล ปิดการขายได้ไว เพิ่มกำไรงาม ๆ ได้แบบไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแย่งลูกค้าจากเจ้าใหญ่กันดีกว่า

พบกับ 3 วิธีขายของออนไลน์ ให้ปัง!!!!

วิธีขายของออนไลน์

1.สร้างช่องทางการขายไม่ให้มีแค่แหล่งเดียว

เวลาจะขายของ ให้มองเข้าไปในมุมลูกค้า โดยเฉพาะการขายสินค้าออนไลน์ ถ้าคุณเป็นคนที่เจอร้านออนไลน์ที่สร้างขึ้นมาแบบลวก ๆ อ่านข้อมูลได้ยาก หาช่องทางการติดต่อก็ไม่เจอ แถมเสิร์จข้อมูลในอากู๋ก็แทบจะไม่มีอะไรที่อัพเดตเอาซะเลย แบบนี้เป็นคุณคงลังเลที่จะกดโอนจ่ายเงินให้ร้านนั้น เปลี่ยนไปเลือกดูร้านอื่นที่สินค้ามีเหมือนกัน มีข้อมูลช่องแชทที่ เบอร์ติดต่อ หรือบางแห่งที่มีหน้าร้านระบุเอาไว้ด้วย จะช่วยให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่สำหรับคนที่เน้นค้าขายออนไลน์เต็มรูปแบบ ไม่มีหน้าร้าน แนะนำเลยว่าให้สร้างเว็บไซต์ที่ดูน่าเชื่อถือ เน้นข้อมูลการติดต่อ อธิบายรายละเอียดของสินค้าให้ครบถ้วน โดยไม่จำเป็นว่าเว็บต้องสวยหรู แต่ให้โฟกัสที่ความเป็นระเบียบ เข้าถึงได้ง่าย ข้อมูลไม่ซับซ้อนวุ่นวาย

2.กระจายตัวไปอยู่บนโซเชี่ยลมีเดียให้มากขึ้น

การสร้างแฟนเพจ Facebook เพิ่มขึ้นมา โดยจะต้องอัพเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ นั่นหมายถึงว่าคุณจะต้องคอยโพสต์ข้อมูล ความรู้ หรืออะไรก็ตามแต่ให้บ่อยที่สุด อาจจะวันละ 1-2 ครั้ง จะได้ช่วยทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านค้าออนไลน์แห่งนี้มีตัวตน ยิ่งเพจไหนที่มียอดไลค์ ยอดแชร์ และข้อมูลรีวิวจากลูกค้ามาก ระดับความน่าเชื่อถือก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว นอกจากนี้ยังมีช่องทางอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ทำให้คุณกลายเป็นร้านค้าออนไลน์ที่ผู้คนรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าในอินสตราแกรม และทวิตเตอร์ ก็ช่วยได้มากเลยทีเดียว

3.ใส่ใจกับการเลือกรูปภาพแสดงสินค้า

การเลือกซื้อสินค้าในยุคสมัยนี้ ภาพสินค้าเป็นสิ่งสำคัญที่ลูกค้าจะเลื่อนสายตาลงมาดูก่อนเป็นอันดับแรกก่อนที่จะอ่านชื่อ และข้อมูล ดังนั้นรูปประกอบจึงต้องบอกเล่าเรื่องราวให้ได้มากที่สุด ควรเลือกใช้เป็นรูปถ่ายจริง ไม่ต้องแต่งเติมด้วยกราฟฟิกและขับสีจนดูเว่อร์ เพราะสิ่งที่ลูกค้าต้องการเห็นคือภาพของสินค้าจริงมากกว่า ซึ่งข้อมูลนี้เป็นความจริงอย่างมาก หากคุณเคยขายสินค้าออนไลน์มาบ้างแล้ว จะต้องมีลูกค้าบางกลุ่มที่เข้ามาถามว่า “ขอดูภาพสินค้าจริงหน่อยครับ” นั่นก็แสดงว่าพวกเขาอยากได้ความมั่นใจ ว่าของที่จะซื้อ ตรงกับภาพหน้าปกแบบไม่ผิดเพี้ยน เพราะฉะนั้นจำเอาไว้เลยว่า อย่าแต่งรูปภาพสินค้าให้ดูสวยเกินจริง เพราะสิ่งที่จะตามมา คือคอมเม้นท์ด้านลบ และคุณก็จะเสียลูกค้าไปในที่สุด

นอกจากนี้อย่าลืมที่จะสร้างระบบการชำระเงินที่น่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย พยายามปรับตัวให้ทันกับโลกยุคโลกาภิวัติน์ เพราะคุณจะเห็นได้จากระบบการชำระเงินมากมายที่พัฒนาขึ้นมารองรับให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้ใช้งาน ซึ่งมีข้อดีคือสร้างความมั่นใจให้กับทางลูกค้า ว่าจะได้รับสินค้าอย่างแน่นอน ในขณะที่ฝั่งคนขายก็มั่นใจว่าลูกค้าโอนเงินมาชัวร์ ๆ ไม่มั่วนิ่ม

ส่วนที่เหลือก็คือการสร้างความประทับใจ การโต้ตอบกับลูกค้าด้วยระบบ Live Chat การตอบลูกค้าด้วยความรวดเร็วทันใจ และการสร้างพื้นที่ให้ลูกค้าจริงที่ซื้อไปได้เข้ามารีวิวข้อมูล ซึ่งรับรองได้เลยว่า วิธีขายของออนไลน์ เหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญให้ลูกค้ากล้าตัดสินใจซื้อของจากร้านของคุณได้อย่างแน่นอน

บทความน่ารู้
Previous reading
10 ช่องทางขายของออนไลน์ สุดฮิต!! ซื้อง่ายขายคล่อง ไม่ต้องมีเว็บไซต์
Next reading
7 สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับผู้ที่ อยากขายของออนไลน์ (ฉบับมือใหม่สุด!)