Shopping cart
฿0.00
ต้องการสินค้าในราคาส่ง กรุณาสอบถามราคาได้ที่ ทางไลน์ ID: @hvshops (มี@ด้วย) หรือ โทร 089-5222352 เท่านั้น

ทำเลขายของต้องห้าม ไม่เหมาะสำหรับเปิดร้านขายของเด็ดขาด!

ทำเลขายของต้องห้าม

ร้านคุณอยู่ใน ทำเลขายของต้องห้าม แบบนี้มั้ย คุณเคยรู้สึกไหมว่าทำเลขายของสำหรับคุณที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าซบเซาแปลก ๆ อย่างไม่น่าเป็นไปได้ ทั้งที่ผู้คนพลุกพล่าน
และที่สำคัญบริเวณพื้นที่ดังกล่าวถัดออกไปเพียงสองสามร้าน ก็ขายของได้ดีเป็นเทน้ำเทท่า กลับมามองที่ร้านของตัวเอง ก็มีแต่ลูกค้าเดินผ่าน ชายตามองแล้วเดินจากไปเท่านั้น นาน ๆจะเข้ามาซื้ออย่างจริงจัง เป็นแบบนี้ทุกวันก็คงแย่น่าดู

หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเพราะสินค้าไม่ถูกตาต้องใจคนซื้อหรือเปล่า?แต่พอลองเปลี่ยนสินค้า ลดราคาหรือแจกแถมก็แล้วยังพบว่าการขายไม่ค่อยกระเตื้องเท่าที่ควรดังนั้นสาเหตุอาจมาจากเรื่องของ "ทำเล" ที่ตั้ง ซึ่งใครที่จะเปิดร้านค้าขายไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบบไหน บอกก่อนเลยว่า ถ้าเลือกพื้นที่แบบนี้มีสิทธิ์ล้มเหลว ขาดทุนกันย่อยยับได้สูงทีเดียว

ทำเลขายของต้องห้าม

เอาเป็นว่าเพื่อป้องกันไม่ให้พลาด เรามาดู 5 ทำเลขายของต้องห้ามไม่ควรค้าขายต่อไปนี้กันดีกว่า

1.ร้านอยู่ตรงทางสามแพร่งพอดี
ใครจะว่างมงายก็เป็นไปได้ แต่จะบอกว่าพื้นที่ตรงนี้เหมือนมุมอับโชค เปรียบตามสมัยโบราณ คนเฒ่าคนแก่จะบอกว่าเป็นทางผีผ่าน เต็มไปด้วยพลังงานที่ไม่ดีพัดวนเวียนอย่างเข้มข้น ใครตั้งร้านเอาไว้ตรงทำเลนี้ บอกเลยว่าทำมาค้าขายขึ้นยาวมาก เลี่ยงได้ให้รีบเลี่ยง แต่ถ้ายังแก้ไขตอนนี้ไม่ทัน ลองใช้กระจกแปดเหลี่ยมไปวางเอาไว้ก่อน เพื่อสะท้อนสิ่งชั่วร้ายออกไป

2.ร้านอยู่จุดอับของสะพานลอย
ถ้าร้านอยู่ตรงกับสะพานลอยพอดิบพอดี บอกเลยว่ามักจะเป็นเรื่องยากที่คนจะมองเห็น โดยส่วนใหญ่ไปไม่ค่อยรอดขายได้ไม่นานก็เจ๊ง ถ้าตามหลักเหตุและผล จุดนี้เป็นมุมอับ มองไม่เห็นร้าน ตัวสะพานลอยที่สูงกว่า จะบังจนมิด แถมตำแหน่งที่อยู่ช่วงแนวสะพานลอยพอดี พอคนรีบ ๆ ลงจากสะพานแล้ว ทีนี้ลูกค้าก็เดินเลยไปไม่ได้เหลียวมองว่ามีร้านค้าอะไรอยู่แถวนั้นหรือเปล่าด้วย

3.หม้อแปลงไฟฟ้าอยู่หน้าทางเข้าร้าน
ร้านค้าที่อยู่ริมถนน มีเสาไฟพาดผ่านอยู่ด้านหน้าแล้วดันบังเอิญที่ตัวหม้อแปลงมาบังอยู่หน้าร้านพอดี แม้ว่าจะไม่ได้บังมิด แต่ตามหลักฮวงจุ้ยเขาบอกเอาไว้ว่า พื้นที่ตรงนี้ไม่เหมาะแก่การค้าขายเพราะเหมือนเอาไฟร้อน ๆ มาวางเอาไว้หน้าร้านผลาญเอาโชคลาภและเงินทองไปหมด แถมบรรยากาศยังไม่ค่อยน่าเดินแวะเข้าไปเพราะสายไฟมักพะรุงพะรังดูอันตราย กลายเป็นจุดบอดของการค้าขายเสี่ยงเจ๊งสูงแบบสุด ๆ

4.มีแอ่งน้ำขังอยู่ด้านหน้า
บางทำเลขายของมักจะต้องประสบกับปัญหา น้ำขังเอ่อท่วมอยู่ทางเข้าจนทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวดูสกปรกเฉอะแฉะไปหมดจนลูกค้าไม่อยากเข้าร้านไม่ใช่แค่ว่าช่วงที่ฝนตกที่ยิ่งเพิ่มระดับความเอ่อของน้ำให้ลึกขึ้นเท่านั้น ระหว่างวันหากคุณอยู่ในทำเลที่น้ำจากทุกพื้นที่ไหลมากองรวมกันอยู่ตรงนี้ไม่ว่าจะเป็น น้ำทำความสะอาด, น้ำล้างจานชาม, น้ำที่ร้านอื่นใช้แล้วเททิ้ง เป็นต้น หากเป็นน้ำที่สกปรก เพิ่มกลิ่นเหม็น เชื้อโรค เสียบรรยากาศ เป็นทำเลแห่งความซบเซาที่ไม่นานคุณก็ต้องเจ๊งถ้าไม่รีบย้ายออกโดยด่วน

5.ทำเลที่ดินรูปทรงบิดเบี้ยว
รูปร่างของที่ดินซึ่งเป็นทำเลขายของที่คุณเลือกตั้งร้านนั้นโดยปกติหากเป็นทรงสี่เหลี่ยมในแนวลึก ถือว่าเป็นที่ดินที่ดี แต่! ถ้าหากเป็นพื้นที่แบบสามเหลี่ยม หรือรูปทรงแปลก ๆ หลายเหลี่ยมจะกลายเป็นพื้นที่ไร้ประโยชน์ ใช้สอยได้ไม่คุ้มค่า ทำให้บรรยากาศภายในร้านแออัด ถือว่าเป็นรูปทรงที่ผิดหลักฮวงจุ้ยรุนแรง อีกทั้งการตั้งร้านยังได้พื้นที่ขนาดเล็ก ไม่สวยงาม ทำให้ดูไม่โดดเด่นจนลูกค้าเลือกที่จะไปซื้อร้านอื่นที่เป็นคู่แข่งเราและอยู่ในทำเลที่ดีกว่า

โดยสรุปแล้วทำเลขายของต้องห้ามทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นเป็นการผสมผสานระหว่างความเชื่อ ที่บวกรวมกับหลากการและเหตุผลหากคิดให้ดีทุกอย่างล้วนเป็นทำเลที่ไม่น่าภิรมย์ในทางกายภาพอยู่แล้วดังนั้นถ้าใครกำลังจะวางแผนขายของในพื้นที่ ๆ มีลักษณะแบบนี้ให้รีบเปลี่ยนใจ ถอยหนีหาที่ใหม่จะดีกว่า

บทความน่ารู้
Previous reading
ทำเลขายของต้องห้าม ไม่เหมาะสำหรับเปิดร้านขายของเด็ดขาด!
Next reading
5 เทคนิคที่คนมองข้ามเปลี่ยนทําเลขายของสุดแย่ให้กลายเป็น ทำเลทอง